ส่งเสริมการทำงานของหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น
ใครจะเชื่อล่ะว่าการออกกำลังกายด้วย แอโรบิกดานซ์ (aerobic dance) จะสร้างพลังแห่งชีวิตได้ไม่
แพ้การฟิต แอนด์ เฟิร์ม ด้วยวิธีอื่นๆ ก่อนอื่นต้องขอ
บอกก่อนว่าอย่าประมาทแอโรบิกดานซ์เป็นอันขาด เพราะถ้าเทียบกับการเล่นเวท
ที่เราเห็นหนุ่มๆ เล่นจนกล้ามขึ้นเป็นมัด ๆ แล้วล่ะก็ อยากกระซิบบอกว่า
ฟอร์มดี แต่สุขภาพนี่อาจแย่กว่าการเต้นแอโรบิกก็ได้ (ใครจะไปรู้)
เอ้า! จริง ๆ นะ เพราะแอโรบิกดานซ์ เป็นการออกกำลังกาย
แบบแอโรบิก (aerobic exercise)
ประเภทหนึ่งที่ใช้เวลานานพอที่จะทำให้ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนในการสร้าง
พลังงาน
ทำให้หัวใจและปอดถูกกระตุ้นซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์
ต่อร่างกาย
การออกกำลังกายที่ถือว่าเป็นแอโรบิกนั้นเขาบอกว่าจะต้องมีองค์ประกอบ 4
อย่างคือ ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ เช่น แขน ขา, หนักพอ, นานพอ
และต้องทำติดต่อกัน
ส่วนการเล่นเวทเป็นเพียงการออกกำลังกายแบบอนาโรบิก (anaerobic
exercise) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ต้องใช้แป้งอย่างเดียว (ไม่ใช้ไขมัน)
จึงเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ดี (พอ)
ถ้าทำอย่างเดียวโดยขาดการออกกำลังกายแบบแอโรบิกมาประกอบ (จริง ๆ นะ)
นี่แหละเป็นเหตุผลว่าทำไมการออกกำลังกายแบบ แอโรบิก
จึงทำให้ร่างกายใช้พลังงานสูงขึ้น หัวใจและปอดทำงานเพิ่มขึ้น
ทำให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งสุขภาพทั่วไปแข็งแรงสมบูรณ์
ไม่เหนื่อยอ่อนเพลียง่าย อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว
อาหารไม่ย่อยจะหมดไป ขับถ่ายสบาย ท้องไม่ผูก นอนหลับง่ายและหลับสนิทขึ้น
ลดความเครียด ความวิตกกังวล และอารมณ์ซึมเศร้า หรืออาการทางประสาทอื่น ๆ
นอกจากนี้ ยังทำให้ไม่อยากบุหรี่ ไม่อยากดื่มเหล้า เบียร์
สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น ลดความอ้วนได้ผลดีที่สุด ทำให้จิตใจสดชื่น แจ่มใส
อารมณ์เยือกเย็นมั่นคง ความเชื่อมั่นในตนเองเพิ่มขึ้น
สติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น กระดูกแข็งแรงขึ้น
เป็นวิธีป้องกันโรคหัวใจที่ได้ผลดีที่สุด ช่วยฟื้นฟูสภาพหัวใจที่ผิดปกติ
เช่น หลอดเลือดโคโรนารี ของหัวใจตีบตัน
การออกกำลังกายด้วยแอโรบิกดานซ์ ซึ่งเป็นแบบ แอโรบิก
จึงส่งผลดีต่อสุขภาพที่อยากแนะนำให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ยุคใหม่หันมาเล่นกัน
เพราะไม่ใช่การออกกำลังกายที่ยุ่งยาก
แอโรบิกดานซ์นั้นเป็นการออกกำลังกายที่แตกต่างไปจาก
การบริหารร่างกายอื่น ๆ
เพราะเป็นการนำการออกกำลังกายแบบแอโรบิกมาเข้าจังหวะกับเพลง
ด้วยการนำท่ากายบริหาร ท่าเต้นรำ การฝึกร่างกายแบบโยคะ
มาผสมผสานกันโดยให้ท่าทางต่าง ๆ เข้ากับจังหวะเพลง
ซึ่งมีผลส่งเสริมระบบการทำงานของหัวใจให้ดีขึ้น
สร้างสรรค์ความอดทนและความแข็งแรงของหัวใจ ปอด
และระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
จุดเด่นของแอโรบิกอยู่ที่การออกกำลังกายที่มุ่งฝึกฝนระบบหายใจ
โดยการกำหนดลมหายใจเข้าออก ตามการเคลื่อนไหวของร่างกายตามจังหวะเพลง
ด้วยลีลา ท่วงทีในการออกกำลังกายที่ตื่นเต้นเร้าใจ คล้ายกับการเต้นรำทั่วไป
จึงเป็นการออกกำลังกายที่สนุก เพราะทำเป็นกลุ่ม
และจังหวะดนตรีช่วยให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยและความเบื่อหน่ายได้ด้วยการหายใจ
เข้าออกอย่างแรง จนทำให้หัวใจและหลอดเลือดเกิดความแข็งแกร่งและความอดทน
นอกจากนี้ยังได้พบว่า จากการออก กำลังแอโรบิกดานซ์นี้
ทำให้เกิดการไหลเวียน
ของเลือดแรงพอที่จะไปกระตุ้นให้ต่อมในสมองหลั่งฮอร์โมน เอนดอร์ฟินส์ ออกมา
ทำให้รู้สึกสบาย ปลอดโปร่ง แจ่มใส หายเมื่อยล้า
และติดใจอยากออกกำลังกายอยู่เสมอ
มาดูกันว่าก่อนที่เราจะไปสนุกกับการออกกำลังกายประเภทนี้
จะเตรียมตัวกันอย่างไร ก่อนอื่นดูที่อุปกรณ์
อุปกรณ์ที่ใช้ในการออกกำลังกายแบบแอโรบิกดานซ์นั้นประกอบด้วย
เสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสม มีเทปเพลงและเครื่องบันทึกเสียง
พื้นห้องควรมีการยืดหยุ่น
แอโรบิกดานซ์นั้นใช้เวลาทั้งหมด 30-45 นาที
โดยแบ่งการออกกำลังกายเป็น 3 ขั้นตอน เริ่มจากช่วงอบอุ่นร่างกาย (warm -
up) เป็นการอุ่นเครื่องให้กล้ามเนื้อเริ่มทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น
พร้อมที่จะออกกำลังมากกว่าปกติ
ถ้าหากออกกำลังกายโดยไม่มีการอุ่นร่างกายก่อน
อาจทำให้กล้ามเนื้อเป็นอันตรายได้ เช่น กล้ามเนื้อฉีก เคล็ด หรือขัดยอก
เป็นต้น
ช่วงต่อมาคือแอโรบิก (aerobic) เป็นขั้นตอนของการบริหารร่างกาย
ช่วยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้ทำงาน ซึ่งเป็นผลทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
สามารถเพิ่มหรือลดบางส่วนของร่างกายได้ และสุดท้ายคือช่วงผ่อนคลาย (cool -
down) เป็นการบริหารอย่างช้า ๆ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อที่เพิ่งทำงานหนักค่อย ๆ
ผ่อนคลาย รวมทั้งลดการทำงานของหัวใจให้เข้าสู่สภาวะปกติ
ในขั้นนี้จะเน้นการหายใจ เข้า - ออก อย่างช้า ๆ ทำร่างกายให้สบาย
ผ่อนคลายที่สุด
นอกจากนี้ ยังอาจแยกย่อยอย่างละเอียดได้อีกถึง 5 ขั้นตอน คือ
1. การอบอุ่นร่างกาย (warm up)
2. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (stretching)
3. ช่วงแอโรบิก (aerobic workout)
4. ช่วงผ่อนคลาย (cool-down)
5. การบริหารเฉพาะส่วน (floor work)
อย่างไรก็ตามแม้การออกกำลังกายจะมีประโยชน์ ต่อสุขภาพ
แต่หากเราไม่รู้หลัก และขาดความระมัดระวัง ก็อาจทำให้เกิดโทษได้ ดังนั้น
ผู้ที่จะฟิตร่างกายด้วย แอโรบิกดานซ์ จะต้องมีช่วงอายุที่เหมาะสม คืออายุ
ไม่มากเกินไป เพราะระบบอวัยวะในร่างกายของคนที่อายุมาก
มักจะทนต่อการเต้นที่ใช้เวลานานไม่ได้
หรือผู้ที่เต้นจะต้องไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการออกกำลังกาย เช่น
เป็นโรคหัวใจ โรคความดันสูง อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ โรคปวดหลัง
และคนที่เป็นโรคอ้วนมาก ๆ ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะออกกำลังกาย
และถ้าจะให้ดีควรมีครูฝึกที่มีประสบการณ์ซึ่งเราสามารถ
ขอคำแนะนำต่าง ๆ ได้...แล้วอย่าลืมมาสนุกกับ แอโรบิกดานซ์กันนะ... เอ้า ฟิต
แอนด์ เฟิร์ม
ที่มา
ข้อมูลจาก : มติชน
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th