วว.ประสบ
ผลสำเร็จพัฒนาเครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน 2 ชนิด น้ำผักเชียงดา-ผักหวานบ้าน
ค้นพบสรรพคุณเป็นเลิศต่อร่างกาย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ชะลอเซลล์เสื่อม ลดน้ำตาลในเลือด
ระบุทดสอบทางวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานสากลแล้ว
พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนผลิตในเชิงพาณิชย์
เมื่อ
วันที่ 31 มีนาคม ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) บางเขน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แถลงความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ได้แก่
เครื่องดื่มน้ำผักเชียงดา น้ำผักหวานบ้าน และเครื่องดื่มว่านหางจระเข้
นางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการ วว.
กล่าวว่า
ปัจจุบันกระแสความนิยมของผู้บริโภคหันมาสนใจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากยิ่ง
ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สมุนไพรไทยเป็นวัตถุดิบในการผลิต
แต่อย่างไรก็ตาม
ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีผลงานวิจัยเครื่องดื่มจากผักพื้นบ้านมากนัก
วว.จึงได้เริ่มวิจัยสรรพคุณพืชผักชนิดต่างๆ
โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เริ่มตั้งแต่ปี
2550-2552 จนค้นพบว่า
ผักเชียงดาและผักหวานบ้านอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ
และมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
จึงได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ขณะนี้พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มจากผักพื้นบ้านให้แก่
ภาคเอกชนที่สนใจนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้
การสนับสนุนเครื่องดื่มผักพื้นบ้านยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่
เกษตรกรในท้องถิ่นอีกด้วย
"ผัก
เชียงดาเป็นราชินีผักของภาคเหนือ ปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
ส่วนผักหวานบ้าน เป็นผักที่พบได้ทั่วประเทศไทย ผักทั้ง 2
ชนิดนี้มีความโดดเด่นทางด้านสรรพคุณทางยา
เหมาะสำหรับการพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเพื่อคนรักสุขภาพ
อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้แคลอรีต่ำกว่าเครื่องดื่มทั่วไป"
นางเกษมศรีกล่าว
ดร.ประไพภัทร คลังทรัพย์ นักวิชาการประจำฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. กล่าวถึงผล
การศึกษาวิจัยสรรพคุณที่มีต่อสุขภาพของผักเชียงดาและผักหวานบ้านว่า ผักทั้ง
2 ชนิดมีสารผักที่สำคัญในกลุ่มฟลาโวนอยด์และฟีนอลิก
ซึ่งพิสูจน์ฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ โดยสามารถปกป้องสารพันธุกรรม
และเซลล์จากการทำลายด้วยอนุมูลอิสระชนิดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
และอนุมูลซูเปอร์ออกไซด์
มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นที่ผนังเซลล์ที่ทำให้เกิดการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง
มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้
ผ่านกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ทั้งการทดสอบทางปฏิกิริยาเคมี
ทดสอบในเซลล์มนุษย์และสัตว์ทดลอง
"สาเหตุ
ที่เลือกศึกษาวิจัยผักเชียงดาและผักหวานบ้าน
เพราะในเมืองไทยยังไม่มีหน่วยงานใดๆ วิจัยคุณประโยชน์ของผักทั้ง 2
ชนิดนี้อย่างจริงจัง
แต่ประเทศญี่ปุ่นได้นำผักเชียงดาของเราไปวิจัยเป็นเครื่องดื่ม
และจดสิทธิบัตรสารผักที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ขณะที่
วว.เน้นคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์"
ดร.ประไพภัทรเผย
ด้านนายศรีศักดิ์ ตรังวัชรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว.
กล่าวเพิ่มเติมว่า
สำหรับการศึกษาวิจัยสรรพคุณของว่านหางจระเข้พันธุ์อะโลบาร์บาเดนซีส
พบว่าช่วยบำรุงร่างกายและยังเป็นยาระบายอ่อนๆ
ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ
อีกทั้งยังช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบอีกด้วย
อีกทั้งยังเป็นเป็นพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับนำมาแปรรูป
เนื่องจากมีโปรตีนไฟเบอร์และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเหมาะสมต่อการพัฒนาเป็น
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
"จาก
ผลการศึกษาอายุการเก็บรักษาของเครื่องดื่มว่านหางจระเข้พร้อมดื่มทั้ง 2
ชนิด พบว่ามีอายุการเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ที่อุณหภูมิ 4
องศาเซลเซียส
และทีมนักวิจัยได้นำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปทดสอบการยอมรับจากผู้บริโภคเป้าหมาย
โดยให้คะแนนความชอบในระดับปานกลาง" นายศรีศักดิ์กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น