วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557
คุณค่าขมิ้นชัน สมุนไพรไทยยับยั้งป้องกันมะเร็ง
‘ขมิ้นชัน”สมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้ กันมายาวนานของคนไทย ซึ่งนิยมนำมาปรุงอาหารและตำรับยาสารพัด ตั้งแต่ยาอายุวัฒนะ, ยาบำรุงร่างกาย, ยาบำรุงธาตุ, ยาแก้ท้องอืด, ยา แก้ท้องเฟ้อ, ยารักษากระเพาะ, ยาแก้อักเสบหลังคลอด, ยารักษาแผล ตลอดจนเป็นยารักษามะเร็ง และยังเป็นสมุนไพรที่ทำให้ผิวสวยผุดผ่องอีกด้วย
“รศ.ดร.วิสุดา สุวิทยาวัฒน์” จากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิด เผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ และตีพิมพ์ผลงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับฤทธิ์ของขมิ้นชัน ต่อปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์ของขมิ้นชันในการต้านอนุมูลอิสระ, ฤทธิ์ใน การยับยั้งการแบ่งเซลล์ และฤทธิ์ในการยับยั้งเนื้องอก โดยผลการศึกษาวิจัยหลายสำนักยังค้นพบคุณค่าของขมิ้นชันใน การรักษาโรคอื่นๆ ด้วย รวมถึงโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือด และอัลไซเมอร์
ด้าน “ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร” หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวเสริมว่า ผลจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียด และการปนเปื้อนของสารพิษ ทำให้ผู้คนทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งสูงขึ้น รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันภาครัฐต้องจัดสรรงบค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาโรค มะเร็งไว้เฉลี่ยถึงปีละ 1 หมื่น 6 พันล้านบาท และในปี 2553 พบว่ามะเร็งเป็นโรคร้ายอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทย โดยมีผู้ป่วยโรคมะเร็งสูงถึง 241,051 คน และผู้เสียชีวิต 56,058 ราย ขณะที่ในปี 2554 มีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอีก 23%
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้จับมือกับสำนักข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้ประ ชาชนทั่วไปหันมาใช้ขมิ้นชันเพื่อสุขภาพ โดยให้ความรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก, การเก็บเกี่ยว, การตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงแนะนำเทคนิคการนำขมิ้นชันมาบริโภคในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันการคุกคามของโรคมะเร็ง โดยผลการศึกษาวิจัยหลายสำนักยืนยันตรงกันว่า การทานขมิ้นชันต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันไม่ก่อให้เกิดผลข้าง เคียงต่อร่างกาย ขณะเดียวกัน ขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรหาง่าย ปลูกง่าย ใช้ได้ง่าย รวมทั้งสามารถนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น การทำเป็นน้ำสมุนไพรขมิ้นชัน, โยเกิร์ตขมิ้นชัน, ขนมไข่ขมิ้นชัน และน้ำสลัดขมิ้นชัน
สำหรับหลักการสำคัญในการเลือกขมิ้นชันมาปรุงอาหารก็คือ ควรเลือกขมิ้นชันที่ได้คุณภาพโดยจะต้องเป็นขมิ้นชันที่มีอายุ อย่างน้อย 9-12 เดือน ฤดูกาลที่เหมาะสมควรเริ่มปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม และเก็บเกี่ยวในช่วงที่ใบยุบตัว จึงจะสามารถขุดเหง้ามาทำยาได้ เมื่อขุดหัวขึ้นมาใช้ต้องทำความสะอาดให้ดี ฝานตากในที่ร่มแสงรำไร เก็บในภาชนะสะอาด ควรเก็บให้พ้นจากแสง และอย่าเก็บไว้นานเกินไป เพราะน้ำมันหอมระเหยจะหายหมด
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น