วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

ผุดแผนที่สมุนไพรไทยอนุรักษ์พันธุ์ไม้รักษาโรค


จากการจัดสัมมนาวิชาการ "ร่วมอนุรักษ์และปลูกป่าสมุนไพรให้ยั่งยืนได้อย่างไร?" โดยเครือข่ายสุขภาพวิถีไทย เครือข่ายหมอพื้นบ้าน 4 ภาค มูลนิธิสุขภาพไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมจัดทอดผ้าป่าพันธุ์ไม้ "ปลูกยารักษาป่า"

นางภัสรา ชวประดิษฐ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพร กรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่าจากฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2553 มีเกษตรกรปลูกพืชสมุนไพร 47,890 ไร่ โดยสมุนไพรป่า ที่ไม่มีการปลูก เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะมีการเก็บสมุนไพรไปใช้หรือขาย เช่น รากย่านาง รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร รากชิงชี่ รากเท้ายายม่อม และอัคคีทวาร ซึ่งการปลูกพืชสมุนไพรมีข้อจำกัดหลายอย่าง

ด้าน ดร.อุษา กลิ่นหอม อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการคุ้มครองสมุนไพรในเขตป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่ภูผากูด จ.มุกดาหาร และจ.มหาสารคาม พบว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชนบทบริโภคและใช้สมุนไพรมากถึงร้อยละ 78 เป็นการใช้เพื่อเยียวยารักษาผ่านการปรึกษาหมอพื้นบ้าน และอาศัยภูมิปัญญาความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน ทำให้สมุนไพรถูกใช้อย่างคุ้มค่าเฉพาะที่จำเป็น

ส่วนพื้นที่เขตเมือง ประชาชนนิยมบริโภคสมุนไพรแบบสำเร็จรูปและเป็นการใช้ตามกระแส โดยไม่ได้คำนึงว่าเหมาะสมกับสภาพหรือความจำเป็นต่อร่างกายหรือไม่ ซึ่งเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรส่งเสริมและให้ความรู้แก่คนไทย รู้จักการใช้สมุนไพรให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

"กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรร่วมมือศึกษาและสำรวจแหล่งของสมุนไพรชนิดต่างๆ ว่ามีอยู่ในพื้นที่ใด มีสรรพคุณอย่างไร เพื่อจัดทำเป็นแผนที่สมุนไพรว่าไทยมีสมุนไพรชนิดไหนอยู่ในภูมิภาคใด และควรส่งเสริมให้มีการปลูกอย่างไรและควรดำเนินการให้ได้อย่างน้อย ร้อยละ50 ของทั้งประเทศภายใน 3 ปีนับจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกขโมยทรัพยากรประเทศเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558" ดร.อุษากล่าว

ขณะที่ นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการ มูลนิธิสุขภาพไทย แสดงความเป็นห่วงว่าสมุนไพรจากป่าที่มีปริมาณการใช้สูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหายากขึ้นทุกวัน ควรนำสมุนไพรเหล่านี้กลับมาปลูกในพื้นที่ป่าชุมชน เขตวัดป่า และครัวเรือน

ล่าสุดได้มีการจัดทำข้อมูลวิธีการปลูกพืชจากป่า โดยมีเครือข่าย 12 พื้นที่นำร่องดำเนินการปลูกพืชเหล่านี้ ไม่น้อยกว่า 26,000 ต้นแยกชนิดได้มากกว่า 60 ชนิดสมุนไพรที่กำลังขาดแคลนแล้ว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น